เรียบหรูดูแพง! ไอเดีย "สีผมน้ำตาล" ช็อกโกแลต ลุค Old Money ที่ทำเองได้ที่บ้าน
ถ้าพูดถึงสีผมที่ทำแล้ว ไม่โป๊ะ ไม่แรง แต่ดูแพง ต้องยกให้สีผมน้ำตาลช็อกโกแลตเลยแม่ สีน้ำตาลเข้มที่อมแดงหรือทองเล็กน้อย ให้ความรู้สึกอบอุ่น คลาสสิก ทำแล้วหน้าดูซอฟต์ขึ้น ผิวสาวเอเชียดูผ่องขึ้นแบบไม่ต้องพึ่งไฮไลต์หนัก ๆ เพราะผมสีเข้มให้ฟีล ผมสุขภาพดีแบบไม่ต้องพยายาม สีผมจะช่วยสะท้อนแสง ทำให้ผมดูเงา ดูมีน้ำหนักขึ้นทันที ผมแห้ง ผมเสียคือถูกพรางไปแบบเนียน ๆ แถมลุคยัง Old Money แบบ Gen Z อยู่ ดูสุภาพ ดูนิ่ง ดูแพง ไม่ต้องตะโกนว่ารวย และที่สำคัญคือเป็นสีที่ทำกี่ทีก็ไม่เอาต์ ทำเมื่อไหร่ก็ยังดูดี เหมาะกับคนที่อยากได้ความคลาสสิกแต่ไม่เชย ต่อให้วันไหนแต่งหน้าเบา ๆ ใส่เสื้อยืด ก็ยังดูเหมือนลูกคุณหนูออกมาซื้อกาแฟหน้าบ้าน คือมันใช่!
.jpg?la=th-th&rev=95635da652994e72a14635399d9b6c03&hash=638D79A4600D7D0F6B9D659C5C6D0F55)
3 เฉดผมสีน้ำตาลช็อกโกแลตยอดฮิต ที่ทำแล้วหน้าไม่หมอง
ถ้าอยากได้ฟีล Old Money แต่ยังอยากให้เข้ากับสไตล์ตัวเอง สาว ๆ ควรเลือกเฉดสีผมน้ำตาลให้ตรงจริต รับรองว่าทำแล้ว หน้าไม่หมอง แถมดูแพงขึ้นจริง
Dark Chocolate (ช็อกโกแลตเข้ม)
เฉดนี้คือ สีน้ำตาลเข้มเกือบดำ ให้ฟีลสุขุม ดูนิ่ง ดูน่าเชื่อถือแบบไม่ต้องพูดเยอะ ใครทำแล้วคือได้ลุค Old Money ชัดมาก เหมือนคนมีตำแหน่ง มีสกุล ทำแล้วผมดูเงา ดูแพงขั้นสุด แถมยังช่วยขับผิวขาวเหลืองให้ดูมีออร่าแบบเห็นชัด เป็นเฉดที่ปลอดภัย ทำแล้วรอดแทบทุกโอกาส และเป็นตัวท็อปของสายเรียบหรูจริง ๆ
Milk Chocolate (ช็อกโกแลตนม)
ถ้าอยากได้ สีผมน้ำตาลที่ซอฟต์ลงมานิดนึง แต่ยังดูแพงอยู่ เฉดนี้ตอบโจทย์มาก สีจะอ่อนกว่าช็อกโกแลตเข้มประมาณ 1 ระดับ ให้ฟีลละมุน หน้าดูเด็กลง ไม่ดุ ไม่แข็ง เหมาะกับคนที่อยากเปลี่ยนลุคให้ดูหวานขึ้น แต่ยังคงความสุภาพ ดูดีแบบผู้ดีเบา ๆ เป็นเฉดที่ทำแล้วดูเป็นมิตร ใครเห็นก็รู้สึกเข้าหาง่าย
Ash Chocolate (ช็อกโกแลตหม่น)
สายโมเดิร์นต้องเลิฟเฉดนี้ เพราะเป็น สีน้ำตาลช็อกโกแลตที่ผสมเทาหม่นนิด ๆ ช่วยลดเม็ดสีแดง ทำให้ผมดูนิ่ง ดูแพงแบบเท่ ๆ ไม่หวานเกินไป ลุคออกมาจะสุภาพแต่มีความแฟชั่น เหมาะกับคนที่ไม่อยากได้ผมโทนอุ่นมาก แต่ก็ยังอยากคงความคลาสสิกไว้ ทำแล้วดูโปร ดูแพง แบบมีรสนิยมสุด ๆ
.jpg?la=th-th&rev=dd826445a5a74c088366287dd16833da&hash=59A9ECD604C89A4AAE77065528B57B5A)
วิธีย้อมผมสีน้ำตาลช็อกโกแลตเองที่บ้าน ให้สีติดทน ไม่ด่าง แบบ Garnier
Step 1: เลือกน้ำยาย้อมผมที่ใช่
ขั้นแรกสำคัญมาก เพราะ “สีจะสวยหรือพัง” อยู่ที่ตรงนี้ แนะนำให้เลือก โฟมเปลี่ยนสีผม หรือครีมเปลี่ยนสีผม ที่ระบุชัดเจนบนกล่องว่าเป็นเฉด Chocolate Brown หรือ Dark Brown จะได้โทนน้ำตาลชัด ไม่เพี้ยน ไม่ติดส้ม ถ้าเป็นแบรนด์ที่มีสารบำรุงในตัว จะช่วยให้ผมเงาและสีติดสม่ำเสมอมากขึ้น เหมาะกับการทำเองที่บ้านที่สุด
Step 2: เตรียมผมก่อนลงสี
ก่อนย้อม ห้ามสระผมอย่างน้อย 24 ชั่วโมง เพราะน้ำมันธรรมชาติบนหนังศีรษะจะช่วยลดอาการแสบและระคายเคืองได้ดี จากนั้นแบ่งผมเป็น 4-6 ช่อให้ชัดเจน วิธีนี้จะช่วยให้ลงสีได้ทั่วถึง ไม่ด่าง ไม่หลงช่อ โดยเฉพาะคนผมยาวหรือผมหนา ขั้นตอนนี้ทำดี มีชัยไปกว่าครึ่ง
Step 3: ลงสีให้ทั่วถึง
เทคนิคที่ช่างทำผมใช้กันคือ เริ่มลงจากปลายผมก่อน แล้วค่อยไล่ขึ้นมาที่โคนผม เพราะความร้อนจากหนังศีรษะจะทำให้โคนผมติดสีไวกว่า ถ้าลงพร้อมกัน สีจะไม่เท่ากัน ทิ้งสีไว้ประมาณ 30-45 นาที (ดูตามคำแนะนำบนกล่องเป็นหลัก) ระหว่างนี้ไม่ต้องคลุมแน่นเกินไป ให้สีทำงานเต็มที่ สีจะออกมาสม่ำเสมอและดูเป็นธรรมชาติ
Step 4: ล้างออกและบำรุง
เมื่อครบเวลา ให้ล้างออกด้วย น้ำอุณหภูมิปกติ จนน้ำใสสะอาด หลีกเลี่ยงน้ำอุ่นเพราะจะดึงเม็ดสีออกง่าย จากนั้นลงทรีตเมนต์หรือครีมบำรุงทันที เพื่อช่วยปิดเกล็ดผม ล็อกสีให้ติดทน และทำให้ผมเงา นุ่ม ดูสุขภาพดีเหมือนออกจากซาลอน
อัปเกรดลุค Old Money: ผมต้อง "เงา" เท่านั้น!
บอกเลยว่าลุค Old Money จะไม่เกิด ถ้าผมไม่เงา ต่อให้ทำ สีผมน้ำตาลช็อกโกแลต มาสวยแค่ไหน แต่ผมแห้งคือจบ หัวใจของลุคนี้ไม่ใช่แค่ “สี” แต่คือ Texture ผมต้องเป๊ะ หลังทำสี แนะนำให้หมักผมเคราตินบ่อย ๆ ผมจะดูเรียบ ดูนุ่ม แบบจับแล้วรู้เลยว่าดูแพง และทุกครั้งหลังสระ อย่าลืมลง Hair Oil แค่ช่วงปลายผมพอ ไม่ต้องโคน ผมจะเงาวับ สะท้อนแสงไฟแบบ Glass Hair Effect ฟีลลูกคุณหนูเดินผ่านไฟห้าง คือยิ่งเงา ยิ่งดูรวยแบบเงียบ ๆ จริงแม่
เปลี่ยนลุคเป็นคุณหนู ดูแพง ด้วยงบหลักร้อย
ถ้าอยากอัปเกรดลุคแบบไม่เจ็บตัว สีผมน้ำตาลช็อกโกแลต คือสีกันตายของจริง ทำแล้วรอดแทบทุกคน ผิวไหนก็เอาอยู่ หน้าดูซอฟต์ ผมดูสุขภาพดีขึ้นทันที ลงทุนนิดเดียว แต่ลุคออกมาดูแพงเกินราคาแบบเห็นชัด ใครอยากได้ฟีล Old Money แต่ยังเป็น Gen Z อยู่ บอกเลยว่าสีนี้คือคำตอบ ทำครั้งเดียวใช้ลุคได้ยาว ๆ คุ้มแบบไม่ต้องคิดเยอะเลย